วิธีการคำนวณช่วงวันที่ใน Excel

How Calculate Date Range Excel



หากคุณต้องการคำนวณช่วงวันที่ใน Excel แสดงว่าคุณมาถูกที่แล้ว การทำความเข้าใจวิธีใช้ฟังก์ชันและฟีเจอร์ที่มีประสิทธิภาพของ Excel ในการคำนวณช่วงวันที่สามารถช่วยให้คุณประหยัดเวลาและความพยายามในการทำงานประจำวันของคุณได้ ในคู่มือนี้ เราจะแนะนำวิธีคำนวณช่วงวันที่ใน Excel ตั้งแต่การคำนวณขั้นพื้นฐานไปจนถึงการคำนวณขั้นสูง ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือผู้ใช้ที่มีประสบการณ์ คุณจะพบข้อมูลและคำแนะนำที่จำเป็นเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการคำนวณช่วงวันที่ของ Excel มาเริ่มกันเลย!



การคำนวณช่วงวันที่ใน Excel เป็นเรื่องง่าย ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
  • เปิดสเปรดชีตใหม่ใน Excel
  • ป้อนวันที่เริ่มต้นในเซลล์แรก (A1)
  • ป้อนวันที่สิ้นสุดในเซลล์ที่สอง (A2)
  • ในเซลล์ที่สาม (A3) ให้พิมพ์ =DATEDIF(A1,A2,d)
  • กด Enter และจำนวนวันระหว่างวันที่สองวันจะปรากฏขึ้น

การคำนวณช่วงวันที่ใน Excel

Excel เป็นโปรแกรมสเปรดชีตที่มีประสิทธิภาพซึ่งมาพร้อมกับคุณลักษณะในตัวมากมายที่ทำให้คำนวณช่วงวันที่ได้ง่าย เมื่อใช้ Excel คุณสามารถคำนวณจำนวนวัน สัปดาห์ เดือน หรือปีระหว่างวันที่สองวันได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ในบทความนี้ เราจะแสดงวิธีคำนวณช่วงวันที่ใน Excel





การใช้ฟังก์ชัน DATEDIF

ฟังก์ชัน DATEDIF เป็นวิธีที่ง่ายและน่าเชื่อถือที่สุดในการคำนวณช่วงวันที่ใน Excel ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนจำนวนวัน สัปดาห์ เดือน หรือปีระหว่างวันที่สองวัน หากต้องการใช้งาน เพียงป้อนวันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุดในเซลล์ที่เหมาะสม จากนั้นป้อนสูตร =DATEDIF(start_date,end_date,unit) หน่วยอาจเป็น d สำหรับวัน m สำหรับเดือน หรือ y สำหรับปี Excel จะคำนวณช่วงวันที่และส่งกลับผลลัพธ์ในเซลล์





การใช้ฟังก์ชัน DAYS

ฟังก์ชัน DAYS เป็นอีกวิธีง่ายๆ ในการคำนวณช่วงวันที่ใน Excel ฟังก์ชันนี้ส่งคืนจำนวนวันระหว่างวันที่สองวัน หากต้องการใช้ ให้ป้อนวันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุดในเซลล์ที่เหมาะสม จากนั้นป้อนสูตร =DAYS(end_date,start_date) Excel จะคำนวณช่วงวันที่และส่งกลับผลลัพธ์ในเซลล์



การใช้ฟังก์ชัน YEARFRAC

ฟังก์ชัน YEARFRAC เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการคำนวณช่วงวันที่ใน Excel ฟังก์ชันนี้จะส่งคืนจำนวนปีระหว่างวันที่สองวัน แต่ยังคำนึงถึงจำนวนวันในแต่ละเดือนด้วย หากต้องการใช้ ให้ป้อนวันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุดในเซลล์ที่เหมาะสม จากนั้นป้อนสูตร =YEARFRAC(start_date,end_date) Excel จะคำนวณช่วงวันที่และส่งกลับผลลัพธ์ในเซลล์

การค้นหาวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของช่วงวันที่

หากคุณต้องการค้นหาวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของช่วงวันที่ มีหลายวิธีในการค้นหาใน Excel วิธีที่ง่ายที่สุดคือการใช้ฟังก์ชัน MIN และ MAX หากต้องการใช้ฟังก์ชันเหล่านี้ เพียงป้อนวันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุดในเซลล์ที่เหมาะสม จากนั้นป้อนสูตร =MIN(start_date:end_date) เพื่อค้นหาวันที่เริ่มต้น และ =MAX(start_date:end_date) เพื่อค้นหาวันที่สิ้นสุด จากนั้น Excel จะส่งคืนวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของช่วงวันที่

การใช้ฟังก์ชัน EDATE

ฟังก์ชัน EDATE เป็นอีกวิธีหนึ่งในการค้นหาวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของช่วงวันที่ใน Excel ฟังก์ชันนี้ส่งคืนวันที่ที่เป็นจำนวนเดือนที่ระบุก่อนหรือหลังวันที่ที่กำหนด หากต้องการใช้งาน ให้ป้อนวันที่เริ่มต้นและจำนวนเดือนในเซลล์ที่เหมาะสม จากนั้นป้อนสูตร =EDATE(start_date,number_of_months) จากนั้น Excel จะส่งคืนวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของช่วงวันที่



การใช้ฟังก์ชัน EOMONTH

ฟังก์ชัน EOMONTH เป็นวิธีที่ขั้นสูงกว่าเล็กน้อยในการค้นหาวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของช่วงวันที่ใน Excel ฟังก์ชันนี้ส่งคืนวันสุดท้ายของเดือนที่เป็นจำนวนเดือนที่ระบุก่อนหรือหลังวันที่ที่กำหนด หากต้องการใช้ ให้ป้อนวันที่เริ่มต้นและจำนวนเดือนในเซลล์ที่เหมาะสม จากนั้นป้อนสูตร =EOMONTH(start_date,number_of_months) จากนั้น Excel จะส่งคืนวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของช่วงวันที่

คำถามที่พบบ่อยไม่กี่ข้อ

1. ช่วงวันที่คืออะไร?

ช่วงวันที่คือช่วงเวลาระหว่างวันที่สองวัน โดยทั่วไปใช้ในการคำนวณเพื่อกำหนดระยะเวลาระหว่างสองเหตุการณ์ หรือเพื่อคำนวณระยะเวลาที่ผ่านไประหว่างจุดสองจุดในเวลา ตัวอย่างเช่น ช่วงวันที่สามารถใช้เพื่อคำนวณจำนวนวันระหว่างวันที่สองวัน หรือเพื่อกำหนดระยะเวลาที่ผ่านไประหว่างสองเหตุการณ์

2. ฉันจะคำนวณช่วงวันที่ใน Excel ได้อย่างไร

การคำนวณช่วงวันที่ใน Excel เป็นกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน ขั้นแรก คุณต้องป้อนวันที่สองวันในเซลล์แยกกันสองเซลล์ จากนั้น คุณสามารถใช้สูตร Excel =วันที่สิ้นสุด – วันที่เริ่มต้น เพื่อคำนวณช่วงวันที่ สูตรนี้จะส่งคืนจำนวนวันระหว่างวันที่สองวัน

3. ไวยากรณ์ของสูตรช่วงวันที่ใน Excel คืออะไร?

ไวยากรณ์ของสูตรช่วงวันที่ใน Excel คือ =วันที่สิ้นสุด – วันที่เริ่มต้น สูตรนี้ใช้วันที่สองวันเป็นอินพุต และลบวันที่เริ่มต้นจากวันที่สิ้นสุดเพื่อส่งคืนจำนวนวันระหว่างวันที่สองวัน

4. ตัวอย่างสูตรช่วงวันที่มีอะไรบ้าง

ต่อไปนี้คือตัวอย่างบางส่วนของสูตรช่วงวันที่ใน Excel:

• =DATE(2021,5,2)-DATE(2021,2,17)
• =A1-A2
• =B1-วันนี้()
• =แก้ไข(A1,12)-A1

5. ฉันจะคำนวณจำนวนปีในช่วงวันที่ได้อย่างไร

ในการคำนวณจำนวนปีในช่วงวันที่ คุณสามารถใช้สูตร Excel =YEAR(วันที่สิ้นสุด)-YEAR(วันที่เริ่มต้น) สูตรนี้ใช้วันที่สองวันเป็นอินพุต และลบวันที่เริ่มต้นจากวันที่สิ้นสุดเพื่อส่งกลับจำนวนปีระหว่างวันที่สองวัน

6. เคล็ดลับในการทำงานกับสูตรช่วงวันที่ใน Excel มีอะไรบ้าง

ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับบางประการในการทำงานกับสูตรช่วงวันที่ใน Excel:

• ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวันที่อยู่ในรูปแบบที่ถูกต้อง (เช่น ดด/วว/ปปปป) ก่อนที่จะใช้สูตร
• คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน DATE เพื่อแปลงข้อความให้เป็นวันที่ได้
• คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน EDATE เพื่อเพิ่มหรือลบเดือนจากวันที่ได้
• คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน YEAR เพื่อแยกปีออกจากวันที่ได้
• คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน DAYS และ NETWORKDAYS เพื่อคำนวณจำนวนวันหรือวันทำงานระหว่างวันที่สองวันได้

โดยสรุป การคำนวณช่วงวันที่ใน Excel อาจเป็นงานที่ยาก แต่ด้วยเครื่องมือและความรู้ที่เหมาะสม ก็สามารถดำเนินการได้อย่างง่ายดาย เมื่อทำความเข้าใจฟังก์ชัน Excel จัดรูปแบบค่าวันที่อย่างเหมาะสม และใช้ฟังก์ชัน DATEDIF คุณจะสามารถคำนวณช่วงวันที่ใน Excel ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ด้วยความรู้นี้ คุณสามารถประหยัดเวลาและได้รับผลลัพธ์ตามที่คุณต้องการ

bad_pool_caller
โพสต์ยอดนิยม